ไฟล์ประกอบการเรียน วิชา ว21287 ความรู้พื้นฐานการสืบค้นข้อมูล

 ภาพที่ 




วิชานี้ จะเล่าถึงความเป็นมาของกูเกิล
ซึ่งเป็น Search Engine ยอดนิยม (ตอนแรกก็จะตั้งว่าวิชากูเกิล แต่มันกว้างไป เลยระบุไปเลยว่าด้วยการค้นหา เทอม 2 -​2562 ครูเพิ่มแอพ google lens ด้วย)​
รู้ชื่อผู้ก่อตั้งกูเกิล
รู้ที่มาที่ไป ก่อนเป็นกูเกิล ระบบค้นหานี้เกิดขึ้นได้อย่างไร



อ่านเลย

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%A5?fbclid=IwAR3LAU8ytBzOZHn53rxWOE9H8pzj7shnfJwRghlWJEE9JK8adKwYzEYsFRA




2

คำถามที่กูเกิลมีคำตอบ

กูเกิลหาคำตอบได้ทุกเรื่องที่มีลักษณะดังนี้

1. เป็นข้อเท็จจริง มีคำตอบชัดเจนแน่นอน เช่น ครูถามว่า เธอเรียนโรงเรียนนี้ เธอรู้ไหมโรงเรียนนี้ตั้งอยู่อำเภออะไร
= นักเรียนหาคำตอบได้โดยเข้ากูเกิล พิมพ์ลงช่องค้นหา ว่า (พิมพ์ชื่อโรงเรียน)​+อำเภอ เจอคำตอบแน่นอน

2. เป็นข้อมูลที่มีผู้สร้างข้อมูล (โพสต์บนเว็บไซต์ หรือโพสต์บนโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบสาธารณะ)​ ไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น นักเรียนไปเจอข่าว นักแสดงคนนึงในแฟนเพจดารา แต่นักเรียนไม่รู้จักดาราคนนั้น ถ้านักเรียนพิมพ์คอมเม้นต์ว่า "ใครวะ ไม่รู้จัก" "ไม่ดังหรอก ไม่รู้จัก" นักเรียนอาจได้รับคอมเม้นต์กลับว่า "หัดเปิดกูเกิลบ้างนะ"
= ทางที่ 1 หากนักเรียนอ่านแล้วไม่รู้จักดาราคนนั้น แค่เอาชื่อนามสกุลดาราคนนั้นไปค้นกูเกิล นักเรียนจะรู้จักเขามากขึ้น จากเว็บไซต์วิกิพีเดีย เว็บไซต์ข่าวบันเทิง เว็บไซต์ประวัติดารา โซเชียลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ มากมาย ถ้าดาราคนนั้นมีผู้สร้างข้อมูลประวัติเขาไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
= ทางที่ 2 หากนักเรียนไม่ชอบดาราคนนั้น ก็คงไม่ต้องค้นหา และไม่ต้องคอมเม้นต์ด้วยว่าไม่รู้จัก แค่เลื่อนผ่านข่าวนั้นไป จะดูเป็นผู้ที่บริหารเวลาได้ดีเยี่ยมกว่า (คนอื่นจะได้ไม่ดูถูกด้วยว่า เราไม่มีความรู้ แค่กูเกิลยังเข้าไปค้นไม่เป็นเลย)​

เมื่อเราเรียนรู้วิธีการค้นหาข้อมูลด้วย Google แล้ว
ต่อไป เวลาเราอยากรู้
+ วันเกิดนักร้องคนโปรดของเรา
+ ชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดของเรา
+ คำถามในรายการเกมโชว์ที่นั่งดูอยู่ (แอบหาเงียบ ๆ แล้วตะโกนบอกในบ้าน ให้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ที่ไม่ทันดูว่าเราแอบกดหาคำตอบจากกูเกิล ประหลาดใจว่าทำไมวันนี้มันฉลาดจัง 555)​

ใครอยากมีส่วนร่วม กับคำถามที่ครูจะไปถามในห้องเรียน สามารถพิมพ์คำถามในส่วนคอมเมนต์ภาพนี้ไว้ได้เลย ขอคำถาม และคำตอบเลยนะคะ


อันนี้สนุก กูเกิลช่วยได้แน่ ๆ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=266297851382300&id=104762654202488






คำถาม?????
❤️ คำถามที่ไม่เกินความสามารถของกูเกิล
ที่ครูอยากเอามาฝากในวันนี้ คือ
การวัดค่า SpO2 ในสายรัดข้อมือสุขภาพ (ในภาพครูใช้ Huawei Band 4 ซึ่งเครื่องเพิ่งอัพเดทเฟิร์มแวร์ จนใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้เมื่อวาน 26/05/63 ส่วนเมนูนี้ในแอพ เพิ่งอัพเดทมา ไม่น่าเกิน 2 เดือน ก่อนนี้ไม่มี)​ มันวัดได้ยังไง???

อย่างแรกคือ SpO2 คืออะไร
ไม่ต้องกูเกิล แอพหัวเหว่ยเฮลต์ ก็บอก ว่ามันคือ ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด = %ของฮีโมโกลบินในเลือดที่มีออกซิเจน = ปริมาณออกซิเจนในเลือด

ถ้าค่าต่ำกว่า 90% = อาจเสี่ยงต่อภาวะเลือดขาดออกซิเจน
(การตอบสนองของร่างกาย เมื่อภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ทำให้เกิดความผิดปกติต่าง ๆ เฉียบพลัน เราจะรู้สึกขาดอากาศ หายใจเร็ว หอบ ดิ้นทุรนทุรายให้หายใจได้ หัวใจเต้นเร็ว ความดันสูงขึ้น คลุ้มคลั่ง ความรู้ตัวลดลง หัวใจเต้นช้าลง ความดันตก และ เสียชีวิตในที่สุด ข้อมูลในวงเล็บนี้ ครูก็หาจากกูเกิล)​

❤️❤️❤️❤️❤️เครื่องนี้ในโรงพยาบาลที่ นร. อาจเคยเห็นได้ คือ เครื่องที่มีสาย แล้วพยาบาล เอาปลายสายที่คล้าย ๆ กิ๊ปหนีบผ้า มาหนีบนิ้ว นร. นั่นแหละค่ะ

ครูเลยสงสัยว่าพอมาอยู่ในสายรัดสุขภาพ มันทำงานยังไง

ครูเลยไปค้นกูเกิล ด้วย
คำค้น ว่า วัด spo2 ทำงานยังไง

จนเจอคำตอบ❤️😁 สรุปสั้น ๆ นะ มันวัดจากการ ยิงแสงอินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นต่างกัน ลงไปวัดและคำนวณ ปริมาณออกซิเจนในฮีโมโกลบิน หรือง่าย ๆ แสงที่มันยิงนั่นเอง ที่เป็นตัวแปร ก็สนุกดี แม้เขาจะบอกว่าอุปกรณ์นี้ไม่สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ แต่มันก็ทำให้ครูสนุกกับการคำนึงถึงสุขภาพจ้า

จากเว็บไซต์นี้ https://www.adlerthailand.com/%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%9A...

นี่ว่าจะหาให้เจอว่ามันวัดการหลับได้ไง???
ถ้ามีคนทำข้อมูลไว้ ครูหาเจอแน่นอน (ที่ผ่านมายังหาไม่เจอ อาจยังค้นหาในแอดวานซ์เซิร์ชไม่พอ




3

แล้วคำถามใดบ้าง ที่กูเกิลหาไม่เจอ
(หรือถึงเจอ แน่ใจเหรอว่าจะตอบถูก😁💔)

ข้อมูลที่หาคำตอบจาก Google ไม่เจอ มักจะ
1. เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นปรนัย เช่น ใครสวยที่สุดในโลก ใครหล่อที่สุดในโลก ฉันจะตายวันไหน (อาจจะวันนี้ ถ้าไปถามจิ๊กโก๋แล้วโดนรุมกระทืบ)​ แม้จะมีคนทำข้อมูลไว้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะถูกต้องตามนั้น เพราะว่าเป็นคำถามที่ไม่มีหน่วยวัดแน่นอน หรือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ คำถามแบบนี้อย่าตอบในแบบฝึกหัดของครู หรือไปถามเพื่อนในวิชา จะไม่ได้คะแนนจ้า

2. คำถามที่อาจมีคำตอบชัดเจน หนึ่งเดียว แต่ไม่มีใครทำข้อมูลขึ้นไปเก็บไว้บนเว็บไซต์ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ข้อมูลไม่มีอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น ชื่อแฟนเพื่อนสนิทของนักเรียน (นักเรียนอาจรู้ว่าเป็นคนไหน รูปร่างหน้าตาเค้าเป็นยังไง แต่ถ้าเพื่อนนักเรียนไม่เคยโพสต์ชื่อแฟน นักเรียนก็หาไม่เจอแน่นอน ต้องจ้างนักสืบเอา 555)​ จริง ๆ ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลมหาศาล อ่านทั้งชีวิตก็ไม่มีวันหมด หลายเรื่องสำคัญระดับชีวิตที่หากไม่มีใครอัพโหลดขึ้นไปไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็จะยังคงเป็นเรื่องที่หาคำตอบในกูเกิลไม่ได้

หากนักเรียนอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ตัวอย่างในวิชานี้ สามารถคอมเม้นต์คำถามที่กูเกิลหาคำตอบไม่ได้ ไว้ใต้ภาพนี้ได้เลย





หนึ่งตัวอย่างคำถาม ที่หาคำตอบจาก Google ไม่เจอ

ท่านอาจารย์หมอกล่าวในคอมเม้นต์ของท่านเอง

เป็นคำถามเกี่ยวกับ นักกีฬายิงธนู ผู้หญิง อายุน้อย ที่พอดื่มกาแฟ แล้วทรุด หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
มีค่ากระดาษให้ดู (เหมือนค่าแผ่นดินไหวเลย : ครูคิด)​
ดูได้ที่ (ภาพของโพสต์นี้ แคปมาจากคอมเม้นต์ของที่นี่)​
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1425231721017252&id=371793389694429

สักพักใหญ่ ๆ ท่านเฉลยที่
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1426715780868846&id=371793389694429

หมออ่านรู้เรื่อง คนธรรมดาอ่านไม่รู้เรื่อง ใส่กูเกิลแปลก็แปลไม่ออก
ท่านสรุปว่าเป็นอาการไฟฟ้าลัดวงจรในหัวใจ ในคนที่หัวใจมีความผิดปกติ โดยมีคาเฟอีนในกาแฟเป็นตัวกระตุ้น
(ครูกลัว เพราะส่วนตัวครูแพ้กาแฟ หากนักเรียนมีอาการแพ้อาหารใด ควรศึกษารายละเอียด เพื่อการดูแลตนเองให้ปลอดภัย เพื่อสุขภาพที่ดี)​

หากสนใจรายละเอียด อ่านได้ใน URL ที่ครูให้นะคะ





อันนี้คือ เป็นสิ่งที่หาคำตอบจากกูเกิลไม่ได้ เพราะ เป็นเรื่องเฉพาะทาง ที่มีความซับซ้อน และไม่มีใครเคยโพสต์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาก่อน (ถึงตอนนี้โพสต์แล้ว ครูว่า ก็หาไม่เจอ เพราะยาก 555)
แต่ครูนำมายกตัวอย่าง เพราะ เป็นความรู้เฉพาะทาง มีความเป็นวิชาการ แต่กูเกิลช่วยหาคำตอบไม่ได้ ตามที่ท่านอาจารย์หมอแจ้งไว้ในคอมเม้นต์นั่นเอง



4

(แคนวา ภาพเลื่อนอ่ะ 555 ครูตั้งใจวางให้ตรงคำว่า ได้ กับ ไม่ได้ นะ พอ export แล้วมันเลื่อนอ่ะ แต่เอาเหอะ ของฟรี ใช้ดี ห้ามบ่น ❤️ อยากรู้วิธีใช้แอพ Canva หาใน Google เลย)

เมื่อเรามีคำถาม แล้วเอามาค้นในกูเกิล จนเจอคำตอบแล้ว เราจะเชื่อมันได้เลยไหม?

ตอบเลยว่า ไม่ได้

เพราะทุกวันนี้ข้อมูลมั่ว ๆ มันมีเยอะมาก ๆ

หลักที่จะนำไปช่วยตัดสินใจว่าข้อมูลที่เราค้นพบ เชื่อถือได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้

1. ข้อมูลที่ค้นพบนั้น อยู่บนเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เช่น ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ หากค้นเจอจากเว็บไซต์ของโรงพยาบาล ย่อมน่าเชื่อกว่าการเจอข้อมูลบนเว็บไซต์ข่าวซุบซิบดารา

2. เป็นข้อมูลที่มีการให้รายละเอียดของผู้เขียนข้อมูลนั้นอย่างชัดเจน ตรวจสอบได้ หากให้รายละเอียดผู้เขียนก็ถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบโดยผู้เขียน เอาชื่อเสียงมายืนยัน เอาชื่อเสียงมารับประกัน

3. หากไม่ได้อยู่บนเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือเลยสักเว็บไซต์เดียว ทุกเว็บไซต์คือเว็บไซต์ที่เราไม่รู้จักทั้งนั้นเลย แต่ข้อมูลที่ค้นพบ มีหลายเว็บไซต์ที่โพสต์ตรงกัน ก็มีความเป็นไปได้ ว่าข้อมูลที่ตรงกันนั้น อาจจะถูก

อาจมีเกณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ใช้ในการตรวจสอบว่าข้อมูลที่ค้นเจอจากกูเกิลนั้น แบบไหน เชื่อถือได้ แบบไหนเชื่อถือไม่ได้

ให้นักเรียนค้นหาจาก Google ได้เลย
ถ้าเจอแล้วก็เอามาคอมเม้นต์ไว้ได้ค่ะ

แถม https://www.facebook.com/406167566171094/posts/3030627157058442/



ขอบคุณภาพจากแฟนเพจนี้ค่ะ

https://www.facebook.com/Gameofbusiness/



ที่นำภาพนี้มายกตัวอย่างเนื่องจาก เป็นอินโฟกราฟิกสรุปข้อมูลให้เราพอทราบว่า ใน 1 นาที มีข้อมูลมากมายมหาศาลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตกำลังไหลไป ๆ

อย่างน้อยภาพนี้ก็น่าเชื่อถือระดับหนึ่ง ตรงมีชื่อแฟนเพจว่าภาพนี้สร้างจากหน่วยงานใด (ตามหลัก ข้อ 2. ในภาพ 4 -​ ภาพที่แล้วจ้า ถอยไปดูดิ)

และการใส่ชื่อผู้สร้างอินโฟกราฟิกนี้ ยังเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของรูป เพื่อกันคนอื่นเอารูปเราไปแอบอ้างได้ด้วย (แต่ก็ยังไม่วาย บางคน บางเพจก็โดนตัดเครดิต จนต้องลงข้อความในภาพว่า เว้นไว้ให้ตัดเครดิต ซึ่งในกรณีละเมิดลิขสิทธิ์ภาพผลงานของคนอื่นนี้ ผิดพ.ร.บ.คอมด้วยจ้า อย่าทำนะนักเรียน)​

หากไม่เป็นการเสียเวลาไป ถ้านักเรียนได้สร้างสรรค์ผลงานดีมีคุณภาพ โดยเฉพาะภาพถ่าย หรือ ภาพอินโฟกราฟิก นักเรียนควรใส่เครดิตตัวเองลงไป เพื่อป้องกันถูกละเมิด และเป็นการรับผิดชอบข้อมูลที่นำเสนอด้วยจ้า เครดิตนี้จะช่วยเราโปรโมตแฟนเพจ (หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เราโพสต์)​ ของเราได้ด้วย

หากเราเรียนวิชานี้ กูเกิลจะถูกค้นหามากขึ้น กว่านาทีละ 4 ล้านคำ แน่นอน
(ครูมาสอนให้ค้นหาคำตอบด้วยตนเอง จะได้ไม่ต้องแชตมาถามครู -​- จุดประสงค์ที่แท้จริงของวิชานี้ 🤣)



ยกตัวอย่าง การที่หลายเฟส หลายเพจ ชอบละเมิดข้อมูลและภาพของคนอื่น จนบางที เราซึ่งเป็นคนอ่าน อาจไม่ทราบว่าของใครคือต้นฉบับ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเยอะมาก ขออย่างเดียวนักเรียนอย่าทำนะจ๊ะ เพราะหลายเพจเขาฟ้องเลยจ้า...

เขาอาจส่งมาเตือนก่อน

การแชร์ การเผยแพร่ข้อมูลใดใด ต้องตรวจสอบแหล่งที่มา ถ้าไม่แน่ใจ เครดิตทุกที่ไปเลย เดี๋ยวชาวเน็ตจะมาช่วยบอกเอง อย่างน้อยก็ดีกว่าเอาของคนอื่นมาแชร์ต่อโดยที่ไม่พูดถึงที่มา

ครูเคยเจอท่านที่ทำข้อมูล แชร์บนแฟนเพจ แล้วเจอแฟนเพจ คนไลค์เป็นล้าน ขโมยไปแชร์บนโพสต์ แล้วรีพอร์ตต้นฉบับด้วย

โลกนี้มันน่ากลัวมาก





5

ประโยชน์ของกูเกิล มีมากมาย นักเรียนค้นเองได้

แต่ในวิชานี้
จะพูดถึงประโยชน์ของการที่เราสามารถค้นกูเกิลได้ด้วยตนเอง หากเราทำได้

1. สืบค้นหาคำตอบในเรื่องต่าง ๆ จากกูเกิลได้ด้วยตนเอง "ทำให้เราเป็นผู้ที่มีความรอบรู้" โดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก (ใครเขาจะมาบอก)​ ไม่ต้องรอถามใคร (ไม่รู้จะถามใคร เพราะหลายคนเขาก็ไม่รู้ แถมถึงรู้ เขาก็อาจจะรำคาญเรา ถามบ่อยเป็นเจ้าหนูจำไม ใครจะชอบ)​ ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร (เดี๋ยวเขานับเป็นหนี้บุญคุณอีก มีนะ 555) เช่น นักเรียนมีสมาร์ทโฟนที่ต่อเน็ตได้อยู่แล้ว (~~80%มี)​ หากนักเรียน สงสัยว่าครูสอนผิด เพราะเคยได้ยินจากรายการทีวีมาก่อน ในรายการทีวีไม่ได้บอกแบบนี้ นักเรียนไม่ต้องไปถามเพื่อน หรือถามครูท่านอื่น แค่นักเรียนลองนำข้อสงสัยไปค้นกูเกิล ค้นหารายการนั้น และค้นซ้ำ อ่านจากหลาย ๆ เว็บไซต์ ก็จะช่วยให้นักเรียนทราบได้ว่า ครูสอนผิด หรือ รายการบอกผิด หรือ อาจจะถูกทั้งคู่ หรือผิดทั้งคู่ ก็ได้ อาจจะพบว่าเรื่องนั้นมีหลายแง่มุม มีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด

2. หากสืบค้นกูเกิลด้วยตนเองได้ เราจะกลายเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ทันที เราจะอยากค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อน "ทำให้เราไม่ถูกใครหลอกได้ง่าย ๆ ด้วย" เรารับข้อมูลอะไรมา ก็สามารถนำมาตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วยตนเองก่อนที่จะเชื่อ อย่างเช่น เวลาครูเจอของน่าซื้อ ครูจะไปค้นรีวิว ก่อนกดซื้อ เพราะสินค้าหลายอย่างเขียนรีวิวในร้านดีงามเลิศมาก แต่รีวิวของผู้ใช้จริงในเว็บกระทู้ต่าง ๆ มีแต่คนด่า ว่าของไม่มีคุณภาพ ห่วยแตกมาก เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อมา ตรวจสอบก่อนได้เปรียบ อ่านจากหลาย ๆ แหล่งได้จะดีมาก

หลัก ๆ 2 ข้อนี้ ก็ถือเป็นประโยชน์มาก ๆ แล้ว

ครูเชื่อว่า 100 % อยากได้ยินคนชมว่าเราฉลาด มากกว่า คนด่าว่าเราทำไมไม่ฉลาดเลย
การหาความรู้ด้วยตนเองได้ อย่างน้อย ๆ คือ ด้วยการค้นหาคำตอบใน Google เป็น ก็ช่วยเพิ่มความฉลาดได้ระดับหนึ่งแล้วจ้า 




ขอบคุณภาพจาก
https://www.facebook.com/432860907260347/posts/670554763490959/

ครูเชื่อว่า ไม่มีใครอยากเสียเวลาชีวิตไปเปล่า ๆ โดยที่ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว จะสามารถเรียนรู้อะไรมาบ้างไหม (บางคนก็เหมือนจะไม่เรียนรู้อะไรเลยนะ เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวาตลอด ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตลอด 555)

ข้อความนี้อาจดูโอเวอร์ในคนที่ไม่อ่านหนังสือ!!!

แต่สำหรับคนอ่านหนังสือ ข้อความนี้เป็นจริงเสมอ

แล้วเราจะเจอหนังสือที่ช่วยย่อประสบการณ์ไหม
เราจะเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของนักเขียนกัน
ไปลองค้นกูเกิลดู ว่ามีหนังสือ เกี่ยวกับเรื่องที่เราอยากอ่านไหม

สำหรับนักเรียนครู ไปยืมอีบุ๊ค รร. หรือ หนังสือโรงเรียน มาให้ครบ 15 เล่ม (นะ งานครูเนาะ กร๊ากกก) แล้ว เตรียมมาเล่าย่อ ๆ ว่า หนังสือที่ไปค้นหาและยืมมา ได้ให้ประโยชน์อะไรกับเรา หลังอ่านหนังสือนั้น ๆ แล้วเราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง ให้เล่าคนละ 3 นาที ((แค่อ่านชื่อหนังสือ 15 เล่มที่ยืมมา ก็หมดเวลาละครู)) อันนี้ให้ทำทุกคน✌🏿 งานครูเนาะ

ใครหาอ่านเว็บหนังสืออีบุ๊ค หรือ แอพหนังสืออีบุ๊ค ก็มาแนะนำเพื่อนได้ ให้เพิ่มพิเศษ 5 คะแนน เพราะยังไงนักเรียนก็ต้องค้นกูเกิลเพื่อหาข้อมูลนี้มา 




6

ติดตั้งแอพนี้เลย
(ถ้าสมาร์ทโฟนเก่า ติดตั้งไม่ได้ ไม่เป็นไรจ้า ครูแค่อยากให้รู้จักไว้ เพราะว่ามันสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นได้เป็นอย่างดี)

ความสามารถของกูเกิลเลนส์
1. ค้นหาด้วยภาพ เปิดแอพกูเกิลเลนส์ แล้วส่องไปยังของที่ต้องการค้น เช่น ดอกไม้ที่ไม่รู้จักชื่อ กดโฟกัสที่ดอกไม้ แล้วกดปุ่มค้นหา รูปแว่นขยายอยู่ตรงกลางเลย ก็จะเข้ากูเกิล ค้นขึ้นมาให้ว่าเคยมีภาพเดียวกัน หรือภาพคล้าย ๆ กันนี้ในเว็บใดบ้าง ในเว็บอาจมีชื่อ มีรายละเอียดของภาพบอกไว้

ค้นจากไฟล์ภาพถ่ายที่มีในมือถือได้ด้วย

ประโยชน์ คือ ช่วยให้... (ไว้ถามให้ตอบในห้อง เฉลยอยู่ในคลิป ในรูปถัดไป)

2. ค้นด้วยภาพเพื่อแปลภาษา เปิดแอพกูเกิลเลนส์ แล้วส่องไปยังข้อความ กดลากคลุมเลือกช่วงข้อความที่ต้องการแปล กดแปล ภาษาที่แปลแล้วจะปรากฏขึ้นมาแทนที่ภาษาที่เราอ่านไม่ออก ให้เราเข้าใจความหมายของข้อความนั้นได้เลย

3. ค้นด้วยข้อความในภาพเพื่อค้นหาข้อมูล เปิดแอพกูเกิลเลนส์ แล้วส่องไปยังข้อความ กดลากคลุมเลือกช่วงข้อความที่ต้องการ กดค้นหา ก็จะทำให้ไม่ต้องพิมพ์ข้อความเอง

4. ค้นจากการสแกนบาร์โค้ดสินค้า เพื่อสั่งซื้อจากเว็บไซต์ เช่น ebay.com ได้

5. ค้นชื่ออาหาร เมนูอาหาร เพื่อให้ค้นเจอร้านค้า

6. สแกนคิวอาร์โค้ด เข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ อันนี้ครูชอบมาก ใช้สแกนไทยชนะ



ครูสาธิตการใช้แอพ Google Lens https://youtu.be/Egcu_A-nuxI

ดูเหอะ ถึงวีดิโอจะไม่หรูหรา ก็อยากให้ดู
แล้วใช้แอพนี้เสมือนเพื่อนสนิท (แก ๆ ชั้นอยากรู้เรื่องนั้น เรื่องนี้ แกช่วยหาซิ = คือพูดในใจ มือกดใช้แอพช่วยหาคำตอบ)

ในภาพ เครื่องนี้(J7Peime)ครูไม่โหลด เพราะ เมมเต็ม 555 ครูโหลดในหัวเหว่ย ส่วนวีโว่ครูสเปคต่ำไป โหลดไม่ได้

(กดดูแบบ สปีดคูณสองไปเลยลูก ดูไปเต้นแอโรบิคไป 5 นาทีนิด ๆ น่าจะผลาญแคลอรี่ได้ 13 กิโลแคลอรี่ ครูเอามาจากแกว่งแขนลดพุงตอนฟัง)




สิ่งที่ครูอยากเตือนที่สุด คือ อย่านำภาพคนอื่นไปใช้ โดยไม่ขออนุญาต

แต่จริง ๆ สิ่งที่ควรระวังมากกว่า คือ การถ่ายติดคนที่เขาไม่อนุญาต 


วิธีป้องกันภาพของเราจ้า

ภาพถ่าย
ที่เข้าข่ายละเมิด ถ้าเผยแพร่


การผิด พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับล่าสุด

https://www.facebook.com/RSCLawFirm/posts/157774165752775


ทดลองใช้กูเกิลเลนส์




เราสามารถใช้กูเกิลเลนส์ ได้ในกรณีแบบนี้ (เฟสน้องส้มครูเอง 555 ไม่ต้องไปแอดนะ เดี๋ยวน้องมันด่าครู)

น้องครูแชร์ตามนี้ ลิ้งนี้

https://m.facebook.com/story.php...

น้องคงไม่อ่านคอมเม้นต์ไง ถ้าอ่านจะรู้ว่า มีคนเม้นต์บอกว่า มันคือ ขนมครกญี่ปุ่น หรือ ขนมโอปันยากิ (ไปค้นเหอะ เหมือนดั้งเดิมเป็นของญี่ปุ่น แล้วไปดังที่ประเทศอื่น ๆ ด้วย กลายเป็นขนมครกไต้หวัน เชอหลุนปิ่ง หงโต้วปิ่ง ... ยิ่งค้นยิ่งเจอ ครูมาเพิ่มวงเล็บตอนหลัง)

ถ้าอ่านแล้วเราไม่แน่ใจว่าถูกไหม เราก็เอาชื่อนั้น ๆ ไปค้นกูเกิล

หรือถ้ากรณีไม่มีใครตอบ
ให้เราแคป (Capture)​ รูปภาพ ไปครอป (Crop)​ เอาเฉพาะรูปอาหารชัด ๆ ไปค้นในกูเกิลเลนส์ ก็จะช่วยได้ ถ้ามีคนเคยเผยแพร่ภาพใกล้เคียงไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาก่อน

ลองดูในคอมเม้นต์จ้า

ไปลองทำดู เผื่อตอบคำถาม ให้คนที่โพสต์ถาม อิอิ (เขาจะได้คิดว่าเราเก่ง เอิ๊ก ๆ แต่จริง ๆ ป่าวเลย เราไปค้นหาด้วยกูเกิล)



อย่างน้อยอาจต้องแคป หลาย ๆ ภาพ เพราะมุมภาพ มีผลต่อผลที่ค้นได้ อย่างน้อยอันที่ 4 ก็สื่อ เตาโอปันยา 😍
ลองไปค้นกันดูจ้า




7

เวลาเราพิมพ์อะไรลงไปในกูเกิล แล้วค้นแล้วเจอเลย มันก็ดี แต่ส่วนใหญ่จะไม่เป็นแบบนั้น (หลายคนที่ขี้เกียจ พอไม่เจอ ก็จะไม่ค้นแล้วอ้างว่า หาไม่เจอ หาแล้วไม่มี บางคนก็ยังไม่หา 555 ในวิชาครูให้สอบนะ ทีละคนเลย หาขึ้นจอให้เพื่อนดูด้วย😁)

เพราะในอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลมหาศาล บางทีก็เป็นข้อมูลโฆษณา บางทีก็เป็นข้อมูลดักให้คนเข้าเว็บจากคำค้น แต่ไม่มีเนื้อหาอะไรเลย เป็นเว็บหลอก

บางทีคำค้นเราเป็นประโยคยาว ๆ (เช่น บางท่อนในเนื้อเพลง เราอยากรู้ว่ามันคือเพลงอะไร)​ พอค้นกูเกิลไป เจอแต่อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องเลย

บางทีก็เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจมาก ๆ (ดูว่า คนสนใจค้นเรื่องใดมาก ๆ ได้ที่ Google Trends : https://trends.google.co.th ค่ะ ตั้งใจทำเว็บให้ฮอท แต่ไม่ดูเทรนด์ ก็ไม่มีคนเข้านะเออ อิอิ)​ คนที่สร้างเว็บไซต์จึงแข่งกันสร้างเนื้อหาขึ้นไปเรียกคนเข้าเว็บเป็นจำนวนมาก แต่เราค้นหาคำตอบหัวข้อหนึ่งในเรื่องนั้นไม่เจอสักที เพราะเว็บไซต์ผลการค้น ขึ้นมาเยอะเกินไป ถึงมีประโยชน์ก็อ่านไม่ไหว ต้องจำกัดผลการค้นให้เกี่ยวกับที่เราต้องการจริง ๆ

(หรือบางเรื่อง ไม่มีใครสนใจเลย ก็เลยไม่มีคนทำข้อมูลเก็บไว้บนเว็บไซต์ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ไม่เคยมีเรื่องนั้นในอินเทอร์เน็ตมาก่อน แบบนี้ หาให้ตาย ค้นขั้นสูงแค่ไหนก็หาไม่เจอหรอกจ้า แต่ถ้าเราคิดว่ามันมีประโยชน์ เราก็ควรทำข้อมูลขึ้นไปเอง ข้อมูลนี้อาจไม่ค่อยมีคนเข้ามาค้นเจอ เพราะมันไม่ติดเทรนด์ เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่ถ้าคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หากสักวันมีคนค้นเรื่องนั้น จะได้เจอบนเว็บเราแค่เว็บเดียว อิอิ)​

แบบนี้จึงต้องฝึกวิธีการค้นแบบขั้นสูง

ช่วยครูคิดอีกได้ว่า เหตุผลที่เราค้นสิ่งที่เราต้องการ ไม่เจอ มันเป็นเพราะอะไร ห้ามตอบว่า "ขี้เกียจค้น" นะ ปรับ5ล้าน 5555555 



เรียนวิชาค้นกูเกิล แล้วจะไม่ค้นได้ยังไง จริงไหม?

ลองไปหาเทคนิคการค้นหาในกูเกิลแบบขั้นสูงดูค่ะ

จะให้ มาตอบคนละ 1 เทคนิค
เขียนกระดานหน้าห้อง เทคนิค วิธี ห้ามซ้ำกัน

ถ้าหาไม่ได้แล้ว ให้เขียน URL เว็บไซต์ หรือ URL คลิปยูทูบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเทคนิควิธีการค้นหาในกูเกิลแบบขั้นสูง แทนได้ (โดยวงเล็บด้านหลังว่า URL นั้น เขาให้เทคนิคใดบ้าง)​

ใครพร้อมก่อน ออกก่อน (ถ้าไม่พร้อมสักที สุ่มเรียกเพื่อความเร้าใจ)​ ทีละคน อย่างเรียบร้อย เพื่อนคนอื่นจะได้ดู ไม่ให้ตอบซ้ำ

การใช้คำค้น (วลี ประโยค)​ ที่ต่างกัน จะมีผลต่อเว็บไซต์ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมา ดูตัวอย่างจากในคอมเม้นต์ภาพนี้

หาให้เจอมากกว่า ในนี้ (ห้ามตอบ URL นี้)​
ครูแปะไว้ให้คนขี้เกียจค้นเพิ่ม ได้ลองอ่าน 555
https://sites.google.com/.../bth-thi-6-withi-kar-khnha...
(มี 10 วิธี)​
และ
ต้องไม่ใช่ 3 คลิปยูทูบในเพลย์ลิสต์นี้ (ห้ามตอบ URL นี้ และ URL 3 คลิปในนี้)​ https://www.youtube.com/playlist...

******หน้านี้จะสั่งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ เผื่อใครขยันมาก ก็ไปรวบรวม แล้วสรุปมาก่อนเลย ว่าสรุปแล้วมันมีกี่วิธี ซึ่งครูเองก็ไม่รู้หรอก เพราะ ในชีวิตคนแต่ละคน มันก็ไม่ได้มีปัญหาให้ต้องค้นครบทุกอย่าง บางทีค้นเป็นแล้วเมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้ไม่ได้ค้นแล้ว ก็กลายเป็นคนค้นไม่เป็นขึ้นมาซะงั้น
แต่ถ้าเรารู้วิธีการหาข้อมูล มีความพยายาม ความอุตสาหะในการจะหา "วิธีหาข้อมูล" ได้ แบบหลาย ๆ วิธี พอเราเจอปัญหาขึ้นมาเมื่อไร เราจะได้แก้ปัญหานั้นด้วยตนเองได้

ใครขี้เกียจหา อ่าน+ดูคลิป สอง URL (กด Link ที่ครูแปะ) ที่ครูให้ไว้นะ ถึงขี้เกียจหา แต่ถ้าดู ก็ได้ความรู้เหมือนกัน

ครั้งหน้า จะให้สถานการณ์ และให้ตอบว่าจะใช้เทคนิคไหน

(ในการฝึกเรื่องเทคนิค จะฝึกทั้งค้นหา และ ฝึกตั้งคำถามถามเพื่อนในห้องด้วย ห้ามเอาไปบอกกันนะ อิอิ ขอคำถามที่ เกี่ยวกับวิชาเรียน เนื้อหาการเรียนในเทอมปัจจุบัน, เรื่องที่อินเทรนด์ ณ ปัจจุบัน)


รวม advanced search google





8

มาลองแบบฝึกหัดแรกจากครู

..........
หากนักเรียนได้ยินเพลงนึงจากห้าง ตอนกำลังเดินอยู่ นักเรียนรู้สึกว่ามันไพเราะมาก ๆ
แต่ว่าต้องรีบเดิน ก็เลยได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง เพราะบางจุดที่เดินผ่าน ไม่มีลำโพง นักเรียนจำเนื้อเพลงมาได้แค่ 3 ท่อน ที่ร้องว่า

ฉันยังไม่คุ้นเคย,
ทั้งผูกพันเชื่อใจ,
รักล้นหัวใจท่วมเอ่อ

นักเรียนตอบได้ไหม ว่า
นี่คือเพลงชื่ออะไร? ของศิลปินท่านใด?

...........
หาเลย

นักเรียนได้ใช้เทคนิคขั้นสูง อะไรในการหาชื่อเพลง ชื่อศิลปินไหม?

และงานของนักเรียน 🤣 ให้นักเรียนทุกคน จงตั้งคำถามคนละ 5 คำถาม ไว้สุ่มถามเพื่อน ขอแบบซับซ้อนระดับที่ต้องใช้เทคนิคการค้นแบบขั้นสูง



แค่ใส่บวก (ไม่ใช่ต่อยนะ) 555 อันนี้ยังไม่ซับซ้อนนัก
ป.ล.เพลงนี้ตั้งแต่ครูประถม ไม่ก็ ม.1
ราว ๆ มากกว่า 20 ปีแล้ว ครูอยากให้ไม่คุ้น เลยไปขุดเพลงเก่า


ฟังเลย https://www.youtube.com/watch?v=pK31rqpNd_k




https://www.google.com/advanced_search

โพสต์นี้ ครูจะไว้สะสมแบบฝึกหัดในการค้นหาขั้นสูง เพื่อที่จะให้นักเรียนมาลองตอบได้

จะไม่เฉลย😁


อีกตัวอย่างที่เคยมีน้อง (เพื่อนครู) ให้หารูปภาพให้ ค้นหาด้วยคำว่าอะไร อาจต้องเลือกใช้คำ











9

นักเรียนเคยเป็นไหม

แก ๆ ฉันเรียนเรื่อง.......ในวิชา..........ไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ

แก ๆ ครูแอมซังกุง (ครูนี่แหละ)​ คนที่เตี้ย ๆ สิว ๆ ไม่สวย ๆ แก่ ๆ เหี่ยว ๆ ย่น ๆ วิ่งดุ๊กดิ๊ก ๆ แค่เห็นหน้า ก็เรียนไม่รู้เรื่องแล้ว (ว่าไปนั่น อย่าให้ได้ยินต่อหน้านะลูก แม่จะทุบให้แบนเป็นกล้วยทุบเลย 🤟 เวลาเจอหน้ากัน ควรพูดคำที่น่าฟัง หรือไม่งั้นก็พูดอะไรเลย ยิ้มอย่างเดียว ครูชอบทำอย่างหลัง แล้วชีวิตจะไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้จ้า แถมไว้ ๆ)

เจอแบบนี้ ลองไปค้นหาในเน็ตดู ไปหาให้เจอครูสวย ๆ สะบรึมอารมณ์ สอนเรื่อง..... สนุก ๆ ดูดีกว่า

ลองเลย💪😍🤟

ที่สำคัญอย่างแรกคือ ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังเรียนวิชาอะไร เรื่องอะไร
เพราะถ้าใช้คำค้นหาแบบกว้างมาก ๆ มันก็จะหาไม่เจอ หรือ เจอเยอะเกินไป ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องการ พยายามใช้คำค้นที่เจาะจงเป็นเรื่อง ๆ นะนักเรียน

ภาพหน้าจะมาลองค้นเป็นวิชา ๆ ไป


ขอบคุณภาพจาก

https://www.facebook.com/619124868508907/posts/1008232299598160/

ครูเชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีความรู้สึกแบบนี้

บางคนอาจมีสาเหตุมาจาก
1. เป็นคนเข้าใจอะไรยากเอง
2. เรื่องซับซ้อน ใคร ๆ ก็ไม่เข้าใจ
3. ครูสอนไม่เข้าใจ (เช่น สอนไว คนเก่งมากเข้าใจไวทันครู เราเก่งน้อยหน่อยเลยไม่เข้าใจ)

อื่น ๆ อีกมากมาย

แต่เพราะเราไม่สามารถกรอการสอนของครูกลับมาดูอีกครั้งหนึ่งได้ (สอนสด งดเชื่อ เบื่อทวง 2 อันหลังไม่ใช่แล้ว)
สิ่งที่ควรทำมากที่สุด คือ
จดไว้ ว่าในคาบนี้ ครูพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง
มีเรื่องไหนที่เข้าใจ
มีเรื่องไหนที่ไม่เข้าใจ
จดชื่อเรื่องไว้

พอมีเวลาว่าง หรือตอนเลิกเรียน

ลองค้นกูเกิลเลย
ว่ามีใครเคยสอนเรื่องนี้ไว้บ้างไหม?
ถ้ามี ลองดู ลองอ่าน ว่าเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นไหม?

ถ้าหาจริง ๆ เราอาจจะพบว่า ครูในเน็ตสอนเข้าใจง่ายเหมาะกับสไตล์การเรียนรู้ของเรามากกว่า
(ค้นกูเกิลได้ ว่า สไตล์การเรียนรู้ มีกี่แบบ และเราเป็นแบบไหน)

พอเข้าใจมากขึ้น ต่อไปในคาบเรียนปกติ เราก็แค่นั่งเงียบ ๆ ตั้งใจฟัง และจดรายละเอียดหัวข้อเรื่องต่าง ๆ ที่ครูสอน เพื่อเตรียมนำไปค้นหาความรู้เพิ่มเติมต่อไปเรื่อย ๆ

😍ถ้า เข้าเรียนทุกคาบ(1) ตั้งใจฟังครูสอน/บอกเล่า/แนะนำ(2) ไม่เล่นสมาร์ทโฟน(3) ไม่พูดคุยกัน(4) ไม่หลับ(5) ไม่โดดเรียน(6) ก็จะไม่มีทางสอบตกแน่นอน

ในคอมเม้นต์โพสต์นี้ครูจะใส่ชื่อวิชา ให้นักเรียนมาเติมเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิชานั้น ๆ ที่นักเรียนจะสามารถเข้าไปอ่าน ไปเรียน ไปหาความรู้ได้

ครูไม่เอาตัวชี้วัดมาให้นักเรียนหา เพราะ ครูอยากให้นักเรียนตัังใจเก็บรายละเอียดจากหัวข้อเรื่องที่เรียนก่อน เนื่องจากหากลงไปในรายละเอียดที่เป็นข้อมูลวิชาการมาก ๆ นักเรียนมักงง และเบื่อหน่าย ด้วยความแตกต่างระหว่างบุคคล
ค่อย ๆ สัมผัสเป็นเรื่อง ๆ ลองค้นหาเป็นเรื่อง ๆ


ขอบคุณภาพจาก

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1195254827488561&id=173788206301900

ถ้านักเรียนพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว
อ่าน ดู ฟัง ศึกษาเพิ่มด้วยตนเองอย่างตั้งใจแล้ว
แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

นักเรียนลองหาทางบอกเล่า หรือ แลกเปลี่ยน ตามที่ต่าง ๆ เช่น โพสต์ของเพจนี้ ในภาพและlinkที่ครูให้ไว้ ครูชอบมากที่ครูเขาโพสต์ถาม แต่พอกดไปดู ก็ไม่เห็นมีใครคอมเม้นต์เลย

ครูเนี่ยอยากคอมเม้นต์ แต่ว่าครูแก่แล้ว และไม่ใช่นักเรียนด้วย 555

แต่มันฝังใจนะ ว่าทำไม เราก็ตั้งใจเรียนนะ แต่ เราไม่เข้าใจ ไม่เคยได้เกรด 4 เลยสักเทอม

เคยคิดนะ ว่า "ถ้าชีวิตสามารถเลือกเรียนแค่วิชาเดียวทั้งเทอมได้ คือจะลงเรียนวิชาฟิสิกส์ ไม่ต้องเรียนวิชาอื่น ครูมั่นใจว่า ครูได้เกรด 4 แน่นอน 555"

แต่เพราะชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น เทอมนึงเรียนเยอะมากกกกกกก และครูก็ต้องเลือกเต็มที่กับวิชาที่มีสิทธิ์รอด (วิชาที่เข้าใจง่ายกว่า)​ ก่อนวิชาที่รู้ว่ายังไงก็ร่วง ฉะนั้น ชีวิตจึงต้องฝึกเลือกทางที่จะพาเรารอด ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเรียน เราเรียนหนังสือในโรงเรียนเพื่อที่จะได้ค้นพบว่า "ความรู้ในโลกมีมากมาย มหาศาล" (ที่เอามาให้เรียน แค่ส่วนน้อย ยังมีอีกหลายอย่าง ที่สำคัญมากกว่า แต่ไม่ได้เรียน เพราะมันมีความซับซ้อน อาจจะได้เรียนตอนที่เลือกเรียนเฉพาะทาง)​

หัวข้อหน้า หัวข้อสุดท้าย เราจะมาเลือกค้นหารายละเอียดของสิ่งที่เราชอบ ที่อาจจะเป็นหนทางทำมาหากิน เป็นอาชีพหลัก หรือเป็นรายได้เสริม หรือแม้แต่ เป็นยาใจให้เรา ในอนาคตอันใกล้ได้ ❤️


แบบฝึกหัดของเรื่องนี้

จะให้จับฉลากเลือกวิชา (วิชาจากในตารางเรียนของนักเรียน)
แล้ว เลือก 1 เรื่อง
ค้นกูเกิล หาให้เจอ ว่ามีเว็บไซต์ สอนวิชานั้นไหม หรือ เป็นยูทูบสอนวิชานั้น สอนเรืองนั้นก็ได้ หาให้เจอ เพราะวิชาความรู้ต่าง ๆ มีอยู่เต็มกูเกิล 




10

เรื่องสุดท้าย

นักเรียนอาจคาดการณ์อาชีพในอนาคตของนักเรียนเอง ว่านักเรียนจะประกอบอาชีพอะไร
มองจากความเป็นไปได้
1. อาชีพเดียวกับพ่อแม่ สืบสานกิจการของครอบครัว
2. อาชีพที่ต่างจากพ่อแม่ ด้วยความชอบส่วนตัว
3. อาชีพตามโพลว่าทำแล้วรายได้ดี ไม่ตกงานแน่นอน เอไอทำงานแทนไม่ได้ (กูเกิลเลย อาชีพอะไร)

ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนั้น ว่า
1. ต้องมีคุณสมบัติยังไง ถึงจะประกอบอาชีพนั้นได้
2. อาชีพนั้นต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง
3. อาชีพนั้นได้รายได้กี่บาท ต่อเดือน โดยประมาณ
4. รายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับอาชีพนั้น

...
บางทีอาจเป็นอาชีพเล็ก ๆ อาชีพหารายได้พิเศษก็ได้ ถ้าไม่ผิดกฎหมายและทำแล้วได้รายได้จริง คือดีหมด เพราะทุกคนเกิดมาเพื่อทำงาน เลี้ยงตนเองและครอบครัว ❤️ กูเกิลเลย


จะให้ทำชิ้นงาน 1 ชิ้น ตัวอย่างของเพื่อน เทอมก่อน ประมาณนี้ค่ะ





เดี๋ยวมาลงค่ะ




แถม

เจอมา https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3267073803344693&id=110111112374327



ค้นกูเกิลเสมอ เม่อมีข้อสงสัย อาจช่วยให้เรามีทางออกได้ค่ะ












Comments